สลด 2 หนุ่มสาวขี่บิ๊กไบค์ชนท้ายสิบล้อดับกลางสะพาน ร่างนอนทับกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 มิ.ย.) เมื่อเวลา 22.00 น. สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.บิ๊กไบค์ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ที่บนสะพานตัดใหม่ ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 4 ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กจึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นกลางสะพานที่ตัดข้ามถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก มุ่งหน้าบางบัวทอง กลางสะพานพบผู้เสียชีวิต 2 รายนอนทับกันอยู่ เป็นชาย 1 หญิง 1 สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมกางเกงขายาวสีดำทั้งสองคน มีบาดแผลที่ศีรษะแตก ตามร่างกายมีแผลถลอก

ทราบชื่อคือนายสุวพัชร อายุ 23 ปี ชาว จ.นนทบุรี และน.ส.ศิริภรณ์ อายุ 26 ปี ใกล้กันพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นCB300 สีแดง-ดำ ทะเบียน 1กฌ8610 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าและด้านข้างพังยับ

จากการสอบถาม นายมโนสิทธิ์ คนขับรถกระบะ ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ตนขับรถขึ้นสะพานเหตุรถจยย.คันเกิดเหตุขับมาด้วยความเร็ว จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงดังอย่างแรง รถจยย.ขับมาเลนกลาง ตอนชนตนไม่เห็น แต่เห็นรถสิบล้อขับชะลอเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้ลงมาดู ตนจึงได้ลงไปดู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่ารถจยย.ชนกับรถบรรทุกหรือไม่ หลังจากนี้จะตรวจสอบในบริเวณใกล้เคียงว่ามีกล้องวงจรปิดหรือไม่ จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตรก่อนมอบให้ญาติต่อไป

หวาดเสียว! ดีเจหนุ่มควบจยย.คลาสสิกชนท้ายเก๋ง แฮนด์รถทิ่มทะลุขาสาหัส

เมื่อเวลา 04.30 น. ( 31 พ.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกแฮนด์รถจักรยานยนต์แทงทะลุขาอาการสาหัส 

เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายพัทยานาเกลือหน้าโรงแรมไอยรา พาเลส ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา นำอุปกรณ์ไปช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Stallion Centaur Classic 150 สีดำ ทะเบียน 1 กอ – 380 ชลบุรี สภาพชนอัดติดท้ายรถยนต์อีซูซุ MUX สีขาวทะเบียน 7กณ – 4189 กรุงเทพมหานคร จนได้รับความเสียหาย โดยมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทราบชื่อคือ นายพเยาว์ อายุ 34 ปี ทำงานเป็นดีเจเปิดแผ่นที่ผับย่านวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ สภาพถูกแฮนด์ของรถจักรยานยนต์ทิ่มทะลุขาขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำเครื่องตัดถ่างทำการตัดแฮนด์รถจักรยานยนต์ที่แทงขาออก ก่อนรีบเคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.บางละมุงให้แพทย์ผ่าตัดนำแฮนด์รถจักรยานยนต์ออกอย่างเร่งด่วน

สอบสวนนายนิรันทร์ อายุ 34 ปี คนขับรถยนต์ให้การว่า ได้ขับรถมาจนถึงจุดเกิดเหตุและได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาเพื่อที่จะเลี้ยวเข้าซอยนาเกลือ 25 จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงมีรถชนที่ด้านท้ายอย่างแรงจึงได้ลงมาดูพบว่าผู้บาดเจ็บได้ขับรถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนเอง จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้วจึงได้ถ่ายภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะได้ทำการสอบสวนผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งภายหลังจากการรักษาตัวเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

พ่อบึ่งเก๋งกลับบ้าน หลับในเสียหลักคว่ำ เมีย-ลูกตัวน้อยดับอนาถ

พ่อแม่ลูกขับรถเก๋งบึ่งกลับบ้าน จ.ลำพูน คาดเกิดอาการหลับใน รถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ เมียเสียชีวิตคาที่ ก่อนลูกลูกสาววัย 8 เดือนตายตาม 

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ร.ต.อ.กันต์กวี มีธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง พร้อมด้วยรถกู้ชีพ รพ.เกาะคา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะคา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพลิกคว่ำลงเกาะกลางถนน บนถนนสายลำปาง-สบปราบ ขาขึ้น หลักกิโลเมตรที่ 681-682 หน้าฟาร์มแกะฮักยู อ.เกาะคา จ.ลำปาง

จากการตรวจสอบพบรถยนต์ฮอนด้า ซิตตี้ สีดำ ลงไปอยู่เกาะกลางถนนสภาพพังยับเยินทั้งคันและพบว่ามีผู้โดยสารมาทั้งหมด 3 คน มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 คน เป็นผู้โดยสารนั่งหน้าข้างคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือ นางธญมน อายุ 49 ปี

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส อีก 2 คนทราบชื่อต่อมาคือ นายศรณ์ภูวิภัช เป็นผู้ขับขี่ อายุ 45 ปี และเด็กหญิงทารกอายุ 8 เดือน โดยทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือในที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วนและนำตัวไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง

ทั้งนี้จากการสอบถาม นายศรณ์ภูวิภัช ผู้ได้รับบาดเจ็บและรู้สึกตัวอยู่ เปิดเผยว่า ได้ขับรถมาจากกรุงเทพฯ เพื่อจะกลับบ้านพัก จ.ลำพูน และมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากคนขับหลับใน แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รอคนขับรถคันดังกล่าวไปรักษาตัวที่โรงพยายาลก่อนและจะเรียกมาสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมามีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมเข้ามาอีกว่า เด็กหญิงทารกอายุ 8 เดือน ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลตามผู้เป็นแม่ไปอีกราย

นี่โจรหรือปลวก โอดถูกยกเค้า 12 ครั้งซ้อน ล่าสุดลูกบิด-กลอนยังไม่เว้น

โจรแสบแอบงัดบ้าน 12 ครั้ง ทรัพย์สินหายไปเกือบทั้งหลังแล้ว เจ้าของสุดเซ็ง เพราะล่าสุดมาถอดเอาสายไฟ ลูกบิด กลอน และหน้าต่าง วอนตำรวจช่วยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ อายุ 46 ปี ได้ร้องเรียนว่าถูกขโมยขึ้นบ้านกวาดเอาทรัพย์ไปจนหมดทั้งหลังแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายสมบัติและครอบครัว รวมทั้งญาติๆ มานั่งอยู่ที่หน้าบ้าน จากนั้นได้นำเข้าสำรวจบริเวณบ้าน ซึ่งพบว่าปลูกติดอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงกระบี่-อ่าวลึก หมู่ 4 ต.เขาคราม สภาพเป็นบ้านเดี่ยวเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ สร้างกำแพงคอนกรีตล้อมรอบบ้านอย่างดี

ภายในบ้านพบเห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลืออยู่ ที่หน้าต่างมีการถอดเอาไป สายไฟฟ้าภายในบ้านถูกตัดจนหมด ไม่เว้นแม้ปลั๊กไฟ สวิตซ์ปิด-เปิดไฟก็หายไปด้วย นอกจากนั้นที่ประตูห้องต่างๆ ยังถูกคนร้ายถอดเอาลูกบิดและกลอนไปเช่นกัน

นายสมบัติ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวนี้ ปัจจุบันจะแวะกลับมาเดือนละครั้งสองครั้ง เพราะได้ไปสร้างบ้านอีกหลังอยู่ในสวนที่ต่างตำบล แต่มาในช่วง 2 ปีนี้ได้ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเอาทรัพย์สินไปจนหมด ในช่วงแรกๆ คนร้ายขโมยเอาพวกหม้อข้าว จานชาม เตาแก๊ส ไปก่อน

ต่อมาคนร้ายก็เริ่มขโมยเอาทรัพย์สินอื่นๆ ไป จนกระทั่งวันนี้โจรได้ขโมยสายไฟ ปลั๊ก สวิตซ์ไฟ หน้าต่าง กลอน และลูกบิดไปอีก รวมทั้งสิ้น 12 ครั้งแล้ว ทุกครั้งก็จะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เคยจับคนร้ายได้แม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากจะวิงวอนให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย

เด้ง “ผกก.สน.พญาไท” ปล่อยสื่อนอกสัมภาษณ์ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” หน้าห้องขัง

สั่งเด้ง ผกก.สน.พญาไท ปล่อยนักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์ โบว์ ณัฐฐา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถึงหน้าห้องขัง

(25 พ.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวมกิจ ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เลขที่ 125/2561 ลงวันที่ 25 พ.ค. 61 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและให้การบริหารงานในภาพรวมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมความมุ่งหมายของทางราชการ อาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 8(3) จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) โดยขาดจากหน้าที่เดิม และให้ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทนตำแหน่ง ผกก.สน.พญาไท อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ ไปสัมภาษณ์ น.ส.ณัฐฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง บริเวณหน้าห้องคุมขัง สน.พญาไท เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสม ถือว่ามีความบกพร่อง ขัดต่อข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ศาลไม่ให้ประกันตัว 5 พระผู้ใหญ่เอี่ยวโกงเงินทอนวัด จับสึกคุมส่งเรือนจำ

ศาลไม่ให้ประกันตัว 5 พระผู้ใหญ่เอี่ยวโกงเงินทอนวัด จับสึกคุมส่งเรือนจำ – มหาเถรสมาคม มีมติสั่งปลด “พระพรหมสิทธิ – พระพรหมดิลก – พระพรหมเมธี” ออกจากกรรมการ มส. 

จากกรณี ตำรวจกองปราบปรามและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นวัดดังในกรุงเทพมหานคร อาทิ วัดสามพระยาวรวิหาร วัดสัมพันธ์วงศ์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดอ้อน้อย พร้อมนิมนต์ เจ้าอาวาส-ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดดังกล่าวไปสอบปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ฟอกเงิน กรณีทุจริตเงินงบประมาณสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือ คดีเงินทอนวัด โดยมีรายชื่อ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย

ล่าสุด มีรายงานว่า มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติสั่งปลดพระทั้ง 3 รูป ออกจากการเป็นคณะกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว

นอกจากนี้ หลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้นิมนต์เชิญ พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และ พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด มาฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ศาลใช้เวลาพิจารณานานหลายชั่วโมงล่าสุด ได้มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ทำให้ตามกระบวนการต้องสึกจากความเป็นพระ และคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ตร.บุกนิมนต์เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย-สระเกศ-สามพระยา คุมตัวสอบทุจริตเงินทอนวัด

ลูกศิษย์เผย “เจ้าอาวาสวัดสระเกศ” ปฏิบัติศาสนกิจที่สิงคโปร์ ยังไม่มีกำหนดกลับ

ค้นวัดสระเกศไม่พบ “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาส ตำรวจเชื่อหนีทางประตูลับ

แม่พาลูกสาว 8 ขวบร้องสื่อ โดนตาเลี้ยงข่มขืนแต่เจออิทธิพล

แม่พาลูกสาววัย 8 ขวบ เข้าร้องสื่อถูกตาเลี้ยงข่มขืน แจ้งความกับตำรวจแต่กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

หญิงสาวคนหนึ่งอายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทับช้าง อ.นาทวี จ.สงขลา ได้พาลูกสาววัย 8 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.3 เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว จ.สงขลา โดยบอกว่าลูกสาวถูกตาเลี้ยง อายุประมาณ 55 ปี ข่มขืนในบ้านพัก ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจของลูกสาวเป็นอย่างมาก

จากเดิมเป็นเด็กร่าเริงกลายเป็นเด็กที่เก็บตัวเงียบและหวาดกลัวผู้คน และได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สะท้อน อ.นาทวี ไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่กลัวว่าเรื่องจะเงียบและไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตาเลี้ยงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ และหลายคนพยายามขอให้ยุติเรื่องนี้

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ให้นำลูกสาวไปให้แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี ตรวจหาร่องรอยการถูกข่มขืน ซึ่งต้องรอผลอีกประมาณ 1 เดือน หญิงสาวคนนี้บอกว่าในระหว่างที่ยังรอผลตรวจ จำเป็นต้องนำลูกสาวไปพักอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สงขลา ชั่วคราวเพราะไม่สามารถกลับไปอยู่ที่บ้านยายกับตาเลี้ยงได้อีกแล้ว พร้อมกับเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเพราะกลัวว่าเรื่องจะเงียบ

พ.ต.ท.วีระนิด ใหม่ศิริ สารวัตรสอบสวนสภ.สะท้อน อ.นาทวี กล่าวว่าคดีนี้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรอผลตรวจจากแพทย์ว่าผลจะออกมาอย่างไรซึ่งต้องใช้เวลาอีกเกือบเดือน เพราะหากผลตรวจยังไม่ออกมาก็ไม่สามารถที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินการใดๆ ได้ เพราะไม่มีหลักฐานที่จะชี้จัดได้ว่าถูกข่มขืนจริงหรือไม่ แต่ได้เชิญตาเลี้ยงมาสอบสวน ในเบื้องต้นแล้วซึ่งยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือข่มขืนแต่อย่างใด

แห่ดูโฉมหน้า ผัวเมียตีนแมวงัดบ้าน 3 ปี สะสมของไว้นับล้านบาท

ตำรวจตะครุบตัว 2 ผัวเมียต้องสงสัยเป็นตีนแมว ตามไปค้นที่บ้านพบทรัพย์สินล้นทะลักบ้าน ล้วนเป็นของที่ถูกขโมยทั้งหมด ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านแห่ตามมาชี้หน้าด่า

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (22 พ.ค.) ที่ สภ.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ตร.ภ.ชุมพร พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ตร.ภ.ชุมพร พ.ต.อ.วรพล ปาลรัตน์ ผกก. สภ.วิสัยเหนือ ร่วมกันสอบถาม นายสนม อายุ 50 ปี และ นางสาวจารี อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมในการลักขโมย งัดแงะ บ้านเรือนชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมากในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร https://gclubcrown.com

หลังข่าวการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวนมากต่างเดินทางมายัง สภ.วิสัยเหนือ เพื่อดูโฉมหน้าผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เนื่องจากชาวบ้านทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้เสียหายจากการโดนโจรกรรมงัดบ้านสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

เมื่อเข้าไปห้องสอบสวนก็ต้องตกตะลึง พบว่ามีทรัพย์สินนับร้อยรายการที่กำลังตรวจนับ อาทิ สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ พระเหลี่ยมทอง พระเครื่องรุ่นดังๆ ธนบัตรรุ่นเก่าแก่ หลายสิบใบมูลค่าหลายแสนบาท เครื่องประดับที่ทำมาจากทองคำ ทรัพย์สินที่มีราคาจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินหลายแสนบาท รวมทั้งยังพบกระสุนปืน .45 มม.อีก 10 นัด กัญชาแห้งจำนวนหนึ่ง มีดพร้า เหล็กตะไบ และอุปกรณ์งัดแงะอีกเพียบ

พ.ต.ต.อภิชาติ ยังมี สว.สส. รายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านมาแจ้งความถูกโจรงัดบ้าน พร้อมด้วย ร.ต.อ.บรรจง ศักดิ์พิมล พงส. ไปที่เกิดเหตุ เจ้าของบ้านบอกว่า คนร้ายรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนในหมู่บ้านสองสามีภรรยา คู่หนึ่ง ตำรวจจึงรีบรุดไปยังบ้านของสามีภรรยาดังกล่าวที่อยู่ในหมู่บ้าน

ก่อนจะพบว่านายสนมเพิ่งกลับเข้าบ้าน ค้นในตัวพบทรัพย์สินสิ่งของมีค่าจำนวนหนึ่ง เมื่อเอาให้ผู้เสียหายดูก็ยืนยันว่าเป็นของที่เพิ่งสูญหายไป และยังพบกัญชาในตัวของนายสนม จึงไปตรวจค้นที่บ้าน ก็ได้พบกับ นางสาวจารี ภรรยา เมื่อเข้าไปภายในห้องนอนในบ้านก็พบทรัพย์สินต่างๆ มากมายซุกซ่อนอยู่ในบ้าน

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง และอีกหลายหมู่บ้าน ใน ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ที่เป็นพื้นที่ติดต่อกัน เมื่อทราบข่าวก็แห่กันไปดูตัวและตรวจทรัพย์สินต่างๆ ที่ สภ.วิสัยเหนือ และต่างพากันยืนยันว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของชาวบ้าน

นายจิรายุทธ อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ บอกว่า ธนบัตรเก่าแก่หลายสิบใบที่สะสมตั้งแต่รุ่นปู่ได้สูญหายไปตั้งแต่ เมื่อปี 2560 รวมถึงพระเครื่อง และของมีค่าจำนวนหนึ่ง ที่เมื่อเห็นก็จำได้ทันที ของเหล่านี้บางชิ้นหามูลค่าไม่ได้

จากการตรวจสอบพฤติการณ์ราบว่า สามีภรรยาผู้ต้องหาคู่นี้มีอาชีพรับจ้าง แต่สามีไม่มีงานทำ ออกตระเวนงัดแงะเพื่อนบ้านใน 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน มานานนับปี มีชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก บางรายเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2559 แต่ ก็เป็นเรื่องแปลกที่คนร้าย นำเอาทรัพย์สินไปขายน้อยมาก อันเนื่องมาจากความกลัวถูกจับ หรือ ไม่ค่อยรู้จักแหล่งที่รับซื้อของโจร จึงได้แต่ขโมยมาเก็บไว้ก่อน ทำให้สะสมไว้มีมูลค่าหลายแสนบาท อาจจะถึงล้านบาทได้

นอกจากนี้ ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังถูกสอบปากคำอยู่นั้น ก็มีเด็กหญิงอายุประมาณ 13-14 ปี มายืนร้องไห้หน้าห้องสอบสวน ทราบว่าเป็นลูกสาวคนสุดท้องของทั้งคู่ ที่มีเพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลมานานนับปี เมื่อขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกขโมยมาก็ยังพบว่ามีทรัพย์สินของบ้านข้างๆ สูญหายเพราะถูกขโมยไปด้วย กลายเป็นผู้ต้องหายังมีก่อเหตุแม้แต่ผู้ที่คอยช่วยเหลือแบ่งเบาให้ตัวเอง

วิวาห์สลาย หนุ่มเลือดร้อนบุกอาละวาด พังถล่มงานแต่งอดีตแฟน

ภาพชุลมุนวิวาห์ล่ม หนุ่มทหารเกณฑ์ลากลับบ้านหวังมาเยียวยาสมานแผลใจกับแฟนสาวที่เพิ่งเลิกกัน แต่มาเจอเซอร์ไพรส์อยู่ในพิธีงานแต่งกับชายอื่น กลายเป็นความวุ่นวาย บุกทำลายโต๊ะจีนพังเละ

(22 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจคลิปภาพเหตุการณ์ความชุลมุนวุ่นวายภายในงานมงคลสมรสแห่งหนึ่ง ที่กลายเป็นเหตุวิวาทขัดแย้งบานปลายใหญ่โต โดยมีข้อมูลอ้างว่าเป็นการบุกพังงานแต่งงาน หลังจากที่แฟนหนุ่มกลับมาเจออดีตแฟนสาวที่เพิ่งเลิกกันกำลังแต่งงานอยู่กับชายอื่น 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อีสานพาม่วน ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดและเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าเป็นการมงคลสมรสแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพที่เห็นเป็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน

จากข้อมูลเบื้องต้นอ้างว่าเป็นการบุกทำลายงานแต่งงานแห่งหนึ่ง หลังจากที่แฟนหนุ่มที่ต้องไปเกณฑ์ทหาร เมื่อลากลับบ้าน กลับมาเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เพราะแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป กำลังเข้าพิธีแต่งงานกับชายคนอื่น ทำให้กลายเป็นความวุ่นวาย เมื่อชายหนุ่มไม่พอใจและอาละวาด ทำให้โต๊ะจีนต่างๆ ที่เตรียมไว้ถูกพังราบคาบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์ก็ได้แสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา บางคนก็เข้าใจความรู้สึกที่เจอเรื่องเซอร์ไพรส์เช่นนี้ ขณะที่อีกหลายมุมก็มองให้เป็นอุทาหรณ์ในการใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจปัญหา ทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเช่นนี้

เจ้าของบ้านไฟลุกปริศนาไม่กล้าหลับ ยันไม่ได้ลวงโลก ถกเสื้อพิสูจน์ โต้จุดไฟแช็ค

จากกรณีไฟลุกไหม้ปริศนาภายในบ้าน 4 หลัง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน ในพื้นที่บ้านวังไม้แดง หมู่ที่ 6 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว โดยช่วงบ่ายที่ผ่านมามีฝนตกลงมาเป็นระยะ โดยที่บ้านหลังที่ 4 พบว่า พระอธิการมนตรี อินทรํโส พระภิกษุวัดมาบไผ อ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมคณะได้เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ จึงได้แวะเข้ามาดูถึงสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

พระอธิการมนตรี เผยว่า ไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เพลิงที่ลุกไหม้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เพราะจากการฟังชาวบ้านเล่าว่ามีสารบางอย่างอยู่ในใต้ดิน จึงไม่น่าจะใช่เรื่องภูตผีปีศาจอย่างแน่นอน

น.ส.กาญจนา ภรรยาของนายณรงค์ เจ้าของบ้านหลังที่ 4 เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ แต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เวลาประมาณ 14.00 น. ลูกๆ ได้นั่งเล่นบริเวณเต็นท์หน้าบ้าน ซึ่งระหว่างลูกชายคนเล็กนั่งอยู่บนกองผ้าที่วางไว้บนเตียงหวาย ขณะนั้นพี่ๆ เห็นว่ามีไฟลุก จึงบอกน้องให้ลุกแล้วชวนกันดับไฟ โดยไฟได้ไหม้มุ้ง ผ้าห่มและหมอน

น.ส.กาญจนา ยอมรับว่า ใช้ชีวิตชีวิตลำบากหลังจากเจอเหตุการณ์เพลิงลุกไหม้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะทุกวันนี้พวกตนต้องอยู่อย่างหวาดผวา เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเกิดเพลิงลุกไหม้อีกเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของบุคคลที่หาว่าสร้างสถานการณ์ เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นไม่ได้มาประสบพบเจอแบบตน แต่ตนอยากบอกว่า คนสติเต็มร้อยที่ไหนจะลุกขึ้นมาเผาสิ่งของ แต่ตนก็เข้าใจว่าไม่สามารถไปห้ามความคิดของบุคคลอื่นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการพูดคุยถึงกรณี รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ หรือ อ.อ๊อด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ โดยได้แนะนำว่าให้ใช้กล้องเทอร์มอลเพื่อตรวจจับความร้อนเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งชาวบ้านอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเอง

ขณะที่บ้านหลังที่ 3 บ้านของนางภาพิมล เปิดเผยว่า วันนี้เกิดเพลิงลุกไหม้เสื้อของหลานสาวที่อยู่บ้านหลังที่ 2 แต่ตนไม่ทราบเวลาว่าไหม้เวลากี่โมง แต่จากการฟังที่ อ.อ๊อด พูดผ่านทางทีวีในหลายๆ เรื่องตนรู้สึกไม่ชอบใจ เนื่องจาก อ.อ๊อด ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้วไม่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ แต่ตนทราบดีว่าใครจะมาเชื่อตน เพราะคนส่วนใหญ่ต้องเชื่อผู้ที่เป็นอาจารย์และเป็นดอกเตอร์ ซึ่งชาวบ้านอย่างตนใครจะเชื่อ แต่ตนอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเองเช่นกัน ซี่งขณะนี้คนอื่นอาจเกลียดตนไปแล้ว กล่าวหาว่าตนลวงโลก

ส่วนเหตุไฟไหม้ตรงที่เกิดเหตุก็มีเด็กอยู่ ตนก็ให้เด็กถอดเสื้อก็ไม่พบว่ามีไฟแช็คอยู่กับเด็กเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นางภาพิมล รู้สึกมีความหวังหลังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ตน แต่ตอนนี้ตนก็ยังคอยระวังเหตุไฟไหม้อยู่ตลอดเวลา