เด้ง “ผกก.สน.พญาไท” ปล่อยสื่อนอกสัมภาษณ์ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” หน้าห้องขัง

สั่งเด้ง ผกก.สน.พญาไท ปล่อยนักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์ โบว์ ณัฐฐา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถึงหน้าห้องขัง

(25 พ.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวมกิจ ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เลขที่ 125/2561 ลงวันที่ 25 พ.ค. 61 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและให้การบริหารงานในภาพรวมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมความมุ่งหมายของทางราชการ อาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 8(3) จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) โดยขาดจากหน้าที่เดิม และให้ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทนตำแหน่ง ผกก.สน.พญาไท อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ ไปสัมภาษณ์ น.ส.ณัฐฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง บริเวณหน้าห้องคุมขัง สน.พญาไท เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสม ถือว่ามีความบกพร่อง ขัดต่อข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ศาลไม่ให้ประกันตัว 5 พระผู้ใหญ่เอี่ยวโกงเงินทอนวัด จับสึกคุมส่งเรือนจำ

ศาลไม่ให้ประกันตัว 5 พระผู้ใหญ่เอี่ยวโกงเงินทอนวัด จับสึกคุมส่งเรือนจำ – มหาเถรสมาคม มีมติสั่งปลด “พระพรหมสิทธิ – พระพรหมดิลก – พระพรหมเมธี” ออกจากกรรมการ มส. 

จากกรณี ตำรวจกองปราบปรามและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นวัดดังในกรุงเทพมหานคร อาทิ วัดสามพระยาวรวิหาร วัดสัมพันธ์วงศ์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดอ้อน้อย พร้อมนิมนต์ เจ้าอาวาส-ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดดังกล่าวไปสอบปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ฟอกเงิน กรณีทุจริตเงินงบประมาณสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือ คดีเงินทอนวัด โดยมีรายชื่อ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย

ล่าสุด มีรายงานว่า มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติสั่งปลดพระทั้ง 3 รูป ออกจากการเป็นคณะกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว

นอกจากนี้ หลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้นิมนต์เชิญ พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ , พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และ พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด มาฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ศาลใช้เวลาพิจารณานานหลายชั่วโมงล่าสุด ได้มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ทำให้ตามกระบวนการต้องสึกจากความเป็นพระ และคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ตร.บุกนิมนต์เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย-สระเกศ-สามพระยา คุมตัวสอบทุจริตเงินทอนวัด

ลูกศิษย์เผย “เจ้าอาวาสวัดสระเกศ” ปฏิบัติศาสนกิจที่สิงคโปร์ ยังไม่มีกำหนดกลับ

ค้นวัดสระเกศไม่พบ “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาส ตำรวจเชื่อหนีทางประตูลับ

แม่พาลูกสาว 8 ขวบร้องสื่อ โดนตาเลี้ยงข่มขืนแต่เจออิทธิพล

แม่พาลูกสาววัย 8 ขวบ เข้าร้องสื่อถูกตาเลี้ยงข่มขืน แจ้งความกับตำรวจแต่กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

หญิงสาวคนหนึ่งอายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทับช้าง อ.นาทวี จ.สงขลา ได้พาลูกสาววัย 8 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.3 เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว จ.สงขลา โดยบอกว่าลูกสาวถูกตาเลี้ยง อายุประมาณ 55 ปี ข่มขืนในบ้านพัก ส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจของลูกสาวเป็นอย่างมาก

จากเดิมเป็นเด็กร่าเริงกลายเป็นเด็กที่เก็บตัวเงียบและหวาดกลัวผู้คน และได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สะท้อน อ.นาทวี ไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่กลัวว่าเรื่องจะเงียบและไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตาเลี้ยงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ และหลายคนพยายามขอให้ยุติเรื่องนี้

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ให้นำลูกสาวไปให้แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ณ อำเภอนาทวี ตรวจหาร่องรอยการถูกข่มขืน ซึ่งต้องรอผลอีกประมาณ 1 เดือน หญิงสาวคนนี้บอกว่าในระหว่างที่ยังรอผลตรวจ จำเป็นต้องนำลูกสาวไปพักอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สงขลา ชั่วคราวเพราะไม่สามารถกลับไปอยู่ที่บ้านยายกับตาเลี้ยงได้อีกแล้ว พร้อมกับเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเพราะกลัวว่าเรื่องจะเงียบ

พ.ต.ท.วีระนิด ใหม่ศิริ สารวัตรสอบสวนสภ.สะท้อน อ.นาทวี กล่าวว่าคดีนี้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรอผลตรวจจากแพทย์ว่าผลจะออกมาอย่างไรซึ่งต้องใช้เวลาอีกเกือบเดือน เพราะหากผลตรวจยังไม่ออกมาก็ไม่สามารถที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินการใดๆ ได้ เพราะไม่มีหลักฐานที่จะชี้จัดได้ว่าถูกข่มขืนจริงหรือไม่ แต่ได้เชิญตาเลี้ยงมาสอบสวน ในเบื้องต้นแล้วซึ่งยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือข่มขืนแต่อย่างใด

แห่ดูโฉมหน้า ผัวเมียตีนแมวงัดบ้าน 3 ปี สะสมของไว้นับล้านบาท

ตำรวจตะครุบตัว 2 ผัวเมียต้องสงสัยเป็นตีนแมว ตามไปค้นที่บ้านพบทรัพย์สินล้นทะลักบ้าน ล้วนเป็นของที่ถูกขโมยทั้งหมด ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านแห่ตามมาชี้หน้าด่า

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (22 พ.ค.) ที่ สภ.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ตร.ภ.ชุมพร พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ตร.ภ.ชุมพร พ.ต.อ.วรพล ปาลรัตน์ ผกก. สภ.วิสัยเหนือ ร่วมกันสอบถาม นายสนม อายุ 50 ปี และ นางสาวจารี อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมในการลักขโมย งัดแงะ บ้านเรือนชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมากในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร https://gclubcrown.com

หลังข่าวการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีชาวบ้านจำนวนมากต่างเดินทางมายัง สภ.วิสัยเหนือ เพื่อดูโฉมหน้าผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เนื่องจากชาวบ้านทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้เสียหายจากการโดนโจรกรรมงัดบ้านสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

เมื่อเข้าไปห้องสอบสวนก็ต้องตกตะลึง พบว่ามีทรัพย์สินนับร้อยรายการที่กำลังตรวจนับ อาทิ สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ พระเหลี่ยมทอง พระเครื่องรุ่นดังๆ ธนบัตรรุ่นเก่าแก่ หลายสิบใบมูลค่าหลายแสนบาท เครื่องประดับที่ทำมาจากทองคำ ทรัพย์สินที่มีราคาจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินหลายแสนบาท รวมทั้งยังพบกระสุนปืน .45 มม.อีก 10 นัด กัญชาแห้งจำนวนหนึ่ง มีดพร้า เหล็กตะไบ และอุปกรณ์งัดแงะอีกเพียบ

พ.ต.ต.อภิชาติ ยังมี สว.สส. รายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านมาแจ้งความถูกโจรงัดบ้าน พร้อมด้วย ร.ต.อ.บรรจง ศักดิ์พิมล พงส. ไปที่เกิดเหตุ เจ้าของบ้านบอกว่า คนร้ายรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนในหมู่บ้านสองสามีภรรยา คู่หนึ่ง ตำรวจจึงรีบรุดไปยังบ้านของสามีภรรยาดังกล่าวที่อยู่ในหมู่บ้าน

ก่อนจะพบว่านายสนมเพิ่งกลับเข้าบ้าน ค้นในตัวพบทรัพย์สินสิ่งของมีค่าจำนวนหนึ่ง เมื่อเอาให้ผู้เสียหายดูก็ยืนยันว่าเป็นของที่เพิ่งสูญหายไป และยังพบกัญชาในตัวของนายสนม จึงไปตรวจค้นที่บ้าน ก็ได้พบกับ นางสาวจารี ภรรยา เมื่อเข้าไปภายในห้องนอนในบ้านก็พบทรัพย์สินต่างๆ มากมายซุกซ่อนอยู่ในบ้าน

ต่อมาชาวบ้านในหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง และอีกหลายหมู่บ้าน ใน ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ที่เป็นพื้นที่ติดต่อกัน เมื่อทราบข่าวก็แห่กันไปดูตัวและตรวจทรัพย์สินต่างๆ ที่ สภ.วิสัยเหนือ และต่างพากันยืนยันว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของชาวบ้าน

นายจิรายุทธ อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ บอกว่า ธนบัตรเก่าแก่หลายสิบใบที่สะสมตั้งแต่รุ่นปู่ได้สูญหายไปตั้งแต่ เมื่อปี 2560 รวมถึงพระเครื่อง และของมีค่าจำนวนหนึ่ง ที่เมื่อเห็นก็จำได้ทันที ของเหล่านี้บางชิ้นหามูลค่าไม่ได้

จากการตรวจสอบพฤติการณ์ราบว่า สามีภรรยาผู้ต้องหาคู่นี้มีอาชีพรับจ้าง แต่สามีไม่มีงานทำ ออกตระเวนงัดแงะเพื่อนบ้านใน 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน มานานนับปี มีชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก บางรายเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2559 แต่ ก็เป็นเรื่องแปลกที่คนร้าย นำเอาทรัพย์สินไปขายน้อยมาก อันเนื่องมาจากความกลัวถูกจับ หรือ ไม่ค่อยรู้จักแหล่งที่รับซื้อของโจร จึงได้แต่ขโมยมาเก็บไว้ก่อน ทำให้สะสมไว้มีมูลค่าหลายแสนบาท อาจจะถึงล้านบาทได้

นอกจากนี้ ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังถูกสอบปากคำอยู่นั้น ก็มีเด็กหญิงอายุประมาณ 13-14 ปี มายืนร้องไห้หน้าห้องสอบสวน ทราบว่าเป็นลูกสาวคนสุดท้องของทั้งคู่ ที่มีเพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลมานานนับปี เมื่อขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกขโมยมาก็ยังพบว่ามีทรัพย์สินของบ้านข้างๆ สูญหายเพราะถูกขโมยไปด้วย กลายเป็นผู้ต้องหายังมีก่อเหตุแม้แต่ผู้ที่คอยช่วยเหลือแบ่งเบาให้ตัวเอง

วิวาห์สลาย หนุ่มเลือดร้อนบุกอาละวาด พังถล่มงานแต่งอดีตแฟน

ภาพชุลมุนวิวาห์ล่ม หนุ่มทหารเกณฑ์ลากลับบ้านหวังมาเยียวยาสมานแผลใจกับแฟนสาวที่เพิ่งเลิกกัน แต่มาเจอเซอร์ไพรส์อยู่ในพิธีงานแต่งกับชายอื่น กลายเป็นความวุ่นวาย บุกทำลายโต๊ะจีนพังเละ

(22 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจคลิปภาพเหตุการณ์ความชุลมุนวุ่นวายภายในงานมงคลสมรสแห่งหนึ่ง ที่กลายเป็นเหตุวิวาทขัดแย้งบานปลายใหญ่โต โดยมีข้อมูลอ้างว่าเป็นการบุกพังงานแต่งงาน หลังจากที่แฟนหนุ่มกลับมาเจออดีตแฟนสาวที่เพิ่งเลิกกันกำลังแต่งงานอยู่กับชายอื่น 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อีสานพาม่วน ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดและเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าเป็นการมงคลสมรสแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพที่เห็นเป็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน

จากข้อมูลเบื้องต้นอ้างว่าเป็นการบุกทำลายงานแต่งงานแห่งหนึ่ง หลังจากที่แฟนหนุ่มที่ต้องไปเกณฑ์ทหาร เมื่อลากลับบ้าน กลับมาเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เพราะแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป กำลังเข้าพิธีแต่งงานกับชายคนอื่น ทำให้กลายเป็นความวุ่นวาย เมื่อชายหนุ่มไม่พอใจและอาละวาด ทำให้โต๊ะจีนต่างๆ ที่เตรียมไว้ถูกพังราบคาบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์ก็ได้แสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา บางคนก็เข้าใจความรู้สึกที่เจอเรื่องเซอร์ไพรส์เช่นนี้ ขณะที่อีกหลายมุมก็มองให้เป็นอุทาหรณ์ในการใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจปัญหา ทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเช่นนี้

เจ้าของบ้านไฟลุกปริศนาไม่กล้าหลับ ยันไม่ได้ลวงโลก ถกเสื้อพิสูจน์ โต้จุดไฟแช็ค

จากกรณีไฟลุกไหม้ปริศนาภายในบ้าน 4 หลัง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน ในพื้นที่บ้านวังไม้แดง หมู่ที่ 6 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว โดยช่วงบ่ายที่ผ่านมามีฝนตกลงมาเป็นระยะ โดยที่บ้านหลังที่ 4 พบว่า พระอธิการมนตรี อินทรํโส พระภิกษุวัดมาบไผ อ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมคณะได้เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ จึงได้แวะเข้ามาดูถึงสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

พระอธิการมนตรี เผยว่า ไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เพลิงที่ลุกไหม้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เพราะจากการฟังชาวบ้านเล่าว่ามีสารบางอย่างอยู่ในใต้ดิน จึงไม่น่าจะใช่เรื่องภูตผีปีศาจอย่างแน่นอน

น.ส.กาญจนา ภรรยาของนายณรงค์ เจ้าของบ้านหลังที่ 4 เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ แต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เวลาประมาณ 14.00 น. ลูกๆ ได้นั่งเล่นบริเวณเต็นท์หน้าบ้าน ซึ่งระหว่างลูกชายคนเล็กนั่งอยู่บนกองผ้าที่วางไว้บนเตียงหวาย ขณะนั้นพี่ๆ เห็นว่ามีไฟลุก จึงบอกน้องให้ลุกแล้วชวนกันดับไฟ โดยไฟได้ไหม้มุ้ง ผ้าห่มและหมอน

น.ส.กาญจนา ยอมรับว่า ใช้ชีวิตชีวิตลำบากหลังจากเจอเหตุการณ์เพลิงลุกไหม้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะทุกวันนี้พวกตนต้องอยู่อย่างหวาดผวา เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเกิดเพลิงลุกไหม้อีกเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของบุคคลที่หาว่าสร้างสถานการณ์ เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นไม่ได้มาประสบพบเจอแบบตน แต่ตนอยากบอกว่า คนสติเต็มร้อยที่ไหนจะลุกขึ้นมาเผาสิ่งของ แต่ตนก็เข้าใจว่าไม่สามารถไปห้ามความคิดของบุคคลอื่นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการพูดคุยถึงกรณี รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ หรือ อ.อ๊อด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ โดยได้แนะนำว่าให้ใช้กล้องเทอร์มอลเพื่อตรวจจับความร้อนเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งชาวบ้านอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเอง

ขณะที่บ้านหลังที่ 3 บ้านของนางภาพิมล เปิดเผยว่า วันนี้เกิดเพลิงลุกไหม้เสื้อของหลานสาวที่อยู่บ้านหลังที่ 2 แต่ตนไม่ทราบเวลาว่าไหม้เวลากี่โมง แต่จากการฟังที่ อ.อ๊อด พูดผ่านทางทีวีในหลายๆ เรื่องตนรู้สึกไม่ชอบใจ เนื่องจาก อ.อ๊อด ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้วไม่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ แต่ตนทราบดีว่าใครจะมาเชื่อตน เพราะคนส่วนใหญ่ต้องเชื่อผู้ที่เป็นอาจารย์และเป็นดอกเตอร์ ซึ่งชาวบ้านอย่างตนใครจะเชื่อ แต่ตนอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเองเช่นกัน ซี่งขณะนี้คนอื่นอาจเกลียดตนไปแล้ว กล่าวหาว่าตนลวงโลก

ส่วนเหตุไฟไหม้ตรงที่เกิดเหตุก็มีเด็กอยู่ ตนก็ให้เด็กถอดเสื้อก็ไม่พบว่ามีไฟแช็คอยู่กับเด็กเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นางภาพิมล รู้สึกมีความหวังหลังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ตน แต่ตอนนี้ตนก็ยังคอยระวังเหตุไฟไหม้อยู่ตลอดเวลา

สาวนิรนามดิ่งอาคารจอดรถ MRT ลาดพร้าว ร่วงจากชั้น 9 ดับคาที่

เกิดเหตุสาวนิรนาม อายุประมาณ 40-50 ปี พลัดตกอาคารจอดรถ MRT ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบว่า ผู้ตายเป็นใคร เพื่อติดต่อญาติมาสอบหาสาเหตุต่อไป

เมื่อเวลา 22.00 น. (18 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อนุชา เปลี่ยนสมัย รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้ง มีผู้พลัดตกอาคารจอดรถ 9 ชั้น ของรถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณประตู 4 ของสถานี มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 40-50 ปี สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ตรวจไม่พบเอกสารภายในร่างกาย และจากการตรวจสอบชั้นที่ 8 พบรองเท้า 1 คู่ คาดว่าเป็นของผู้ตายถอดทิ้งไว้

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร ก่อนจะประสานญาติให้รับทราบ พร้อมสอบปากคำถึงสาเหตุการกระโดดครั้งนี้ต่อไป

รักต้องห้าม! หนุ่มใหญ่ยิงกิ๊กสาวดับก่อนซดยาพิษ เหตุต่างคนต่างมีเจ้าของ

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ (17 พ.ค.61) ร.ต.ต.ยศพล พันธุ ร้อยเวร สภ.เขาย้อย รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุจากการถูกยิงจำนวน 2 ราย 

ที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่บ้านเนินรัก หมู่ 6 ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เขาย้อย และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาย้อย ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพชรบุรี แพทย์เวร รพ.เขาย้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะอยู่ริมคันนา พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 รายและหญิง 1 ราย นอนอยู่ใกล้กัน สภาพศพผู้ชายนอนตะแคงขวาใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว สภาพนอนตะแคง ที่มือซ้ายมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่ 1 กระบอก และพบกระสุนคาในรังเพลิง 1 นัด ขนาดเบอร์ 20 สภาพง้างไกพร้อมยิง ปลายเท้ามีขวดน้ำพลาสติกใส่ภายในมียาฆ่าแมลงไม่ทราบชนิดอยู่ภายในขวดวางอยู่ 1 ขวด ทราบชื่อต่อมาคือนายสี อายุ 49 ปี

ส่วนสภาพศพผู้หญิงสภาพนอนหงาย บนลำตัวมีใบไม้ขนาดใหญ่ปิดอยู่ สวมเสื้อคลุมแจ็คเก็ตสีน้ำตาล ทับเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 1 นัด ยิงจากด้านหลังทะลุใต้ราวนมซ้าย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ณัฎฐิกา อายุ 36 ปี ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทา หมายเลขทะเบียน กมย 370 เพชรบุรี ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตผู้ชายจอดอยู่ในป่า

จากการสอบถามบุตรสาวของนายสี ทราบว่ามาพบศพของพ่อนอนเสียชีวิตเมื่อช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ บ่ายสองโมงพ่อได้โทรมาหาและบอกว่าหากเห็นว่าเย็นแล้วพ่อยังไม่กลับบ้านให้มาดูที่ทุ่งนา ที่พ่อจะมาไล่นกเป็นประจำ จนกระทั่งเย็นไม่เห็นพ่อกลับบ้านจึงได้ออกมาตามหาตามที่พ่อบอก และมาพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าริมทุ่งนาดังกล่าว หลังจากนั้นจึงรีบกลับไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

สำหรับสาเหตุคือทั้ง 2 กำลังคบหากันโดยฝ่ายชายมีภรรยาและลูก ส่วนฝ่ายหญิงก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่ทั้ง 2 แอบคบหากันโดยคาดว่าก่อนเกิดเหตุ น่าจะนัดมานั่งคุยตกลงเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายชายจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงฝ่ายหญิง หลังยิงเสร็จฝ่ายชายก็เดินไปหาใบไม้มาปิด แล้วฝ่ายชายก็ดื่มยาฆ่าแมลงเพื่อให้ตายตามหรือหนีความผิด ส่วนปืนที่บรรจุกระสุนเตรียมพร้อมยิงคาดว่า น่าจะเตรียมไว้ยิงตัวเองหากกินยาแล้วไม่ตาย

“นายช่างโยธา” ยิงตัวตายคาห้องน้ำแคมป์ก่อสร้าง ตำรวจคาดเอี่ยวฆาตกรรม

นายช่างกรมโยธา คว้าปืนยิงขมับ ฆ่าตัวตายคาห้องน้ำ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้าง หน้าหอภาพยนตร์ จ.นครปฐม จนท.คาดอาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง

(16 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.15 น. พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมสิริพัชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ได้รับแจ้งเหตุ มีคนฆ่าตัวตายภายในแคมป์คนงานก่อสร้างหอภาพยนตร์ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ม.3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 แพทย์จากโรงพยาบาลพุทธมณฑล มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

ที่เกิดเหตุ ภายในห้องน้ำชาย ในบริเวณไซต์ก่อสร้าง พบศพ นายทองดำ อายุ 52 ปี ตำแหน่งนายช่างเครื่องกลชำนาญงาน สำนักงานสนาม บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัดมหาชน ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก วางอยู่ที่ตักผู้ตายในท่านั่งหลังพิงประตูห้องน้ำ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ โดยประตูถูกล็อกจากด้านใน จากการชันสูตรพลิกศพ พบรูกระสุนยิงเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัด และยังมีกระสุนคารังเพลิงอีก 1 นัด ในแมกกาซีนอีก 5 นัด

พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมสิริพัชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล บอกว่า จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานให้การว่า เมื่อวานนี้มีการประชุม ผู้ตายก็เข้าประชุมตามปกติ โดยวันนี้ตอน 09.00 น. ก็ได้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้ง แต่ผู้ตายไม่ได้เข้ามาประชุมด้วย โดยหายตัวไปตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อมาถึงตอนเย็น 17.00 น. ก็ได้โทรตาม แต่ไม่รับสาย จึงช่วยกันออกตามหาแต่หาไม่เจอ โดยพบว่ารถที่ผู้ตายขับประจำจอดอยู่ จึงไม่รู้ว่าไปไหน จนถึงมืดก็ได้ออกตามหาอีกรอบ ก็มาพบว่าเสียชีวิตในห้องน้ำแล้ว จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคล้ายจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง เพราะไม่รู้ว่าผู้ตายเครียดอะไร จากการสอบถามทางครอบครัวบอกว่าผู้ตายไม่ได้ป่วย และไม่มีโรคประจําตัว จึงได้นำตัวผู้ที่พบศพคนแรกไปสอบสวนต่อที่ สภ.พุทธมณฑล ส่วนศพได้มอบให้มูลนิธินำส่งผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ศิริราช และจะมอบให้ทางญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

แห่ขอเลขเด็ดพญานาค “โคกวัดกาไสย์” ร่ำลืออาถรรพ์ดินแดนลี้ลับ

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดโคกวัดกาไสย์ธรรมิการาม หมู่ 4 ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ดินแดนลี้ลับ ชาวบ้านเชื่อเป็นเมืองลับแล มีวังพญานาคอยู่ใต้ล่างเฝ้าทรัพย์สมบัติ มีความอาถรรพ์ ความเฮี้ยน ความศักดิ์สิทธิ์ https://gclubcrown.com

โดย นางสมหมาย อายุ 63 ปี พร้อมเพื่อนบ้านชาวบ้านในตำบลทางพระกว่า 200 คน ได้เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์เพื่อขอเลขเด็ด แล้วมีการเข้าองค์ทรงเจ้า มีการร่ายรำคล้ายกับพญานาค เป็นการร่ายรำเป็นเหมือนกับการบอกใบ้ให้เลขเด็ด ให้ชาวบ้านนำไปเสี่ยงโชค

โคกวัดกาไสย์ พื้นที่บริเวณหน้าวัดกาไสย์ที่เป็นพื้นหน้าวัด ประมาณ 4 ไร่ที่ถมสูงขึ้นกว่าพื้นที่นามาแล้วหลายร้อยปีแล้ว มีต้นไม้ป่าไผ่ขึ้นปกคลุมโดยรอบพื้นที่แล้วมีสระน้ำโดยรอบ ด้านในมีการตั้งศาลไม้ทรงไทยติดกับพื้นดินมีการวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน 3 องค์ และมีเครื่องเซ่นไหว้พร้อมพวงมาลัยจำนวนมากวางโดยรอบศาล ในการยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ต่างมาขอพรรวมทั้งบนบานศาลกล่าว

โดยชาวบ้านต่างมีความเชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเข้าไปหาหน่อไม้แล้วออกมาไม่ได้ บ้างก็เล่าเรื่องว่าในช่วงกลางคืนมีเสียงปี่เสียงกลองดังมาจากโคกวัดกาไสย์ มีหลายคนที่เข้าไปหากบแล้วต้องพลัดหลงเข้าไปในโคกวัดโดยไม่รู้ตัว และเชื่อว่าบริเวณใต้พื้นดินบริเวณโคกวัดกาไสย์นั้นมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่จำนวนมาก โดยมีพญานาคที่อยู่ใต้ดินเฝ้าดูแล และที่ผ่านมาพบว่ามีชาวบ้านหลายคนที่ได้เข้าไปขุดค้นหาสมบัติต้องมีอันเป็นไปหลายราย

โดยก่อนหน้านี้ (9 พ.ค.) นางสาวกนกวลี สุริยะธรรม ตำแหน่ง ภัณฑารักษ์ ชำนาญการ หน่วยงาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาความเชื่อมโยง ชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ หลังพบหลักฐาน ภาพถ่ายทางอากาศ คล้ายเป็นที่ตั้งของชุมชนทวาในอดีต และยังมีการค้นพบวัตถุโบราณตามชั้นดินในตอนทำประปาหมู่บ้าน เชื่อเป็นชุมชนขนาดใหญ่อายุนับพันปี

นางสาวกนกวลี กล่าวว่า บริเวณร่องรอยที่พบเจดีย์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์นั้น บริเวณที่พบเห็นถูกรบกวนไปมากแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่ายอดเจดีย์ที่โผล่พ้นดินมานั้นเป็นของเก่าหรือว่าของใหม่ที่โดนดินทับถม ซึ่งการลงพื้นที่โคกวัดกาไสย์นั้น เป็นการลงมาตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ในการเชื่อมโยงหลักฐานเพิ่มเติมชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ เป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณา ในการวางแผนตรวจสอบโบราณคดีในช่วงต่อไป

แต่สภาพในปัจจุบันเจดีย์ที่พบของโคกวัดกาไสย์นั้นยังบอกไม่ได้ ว่ามีอายุสมัยเก่าไปถึงแค่ไหนเนื่องจากร่องรอยหลักฐานยังไม่สามารถบอกได้ หากไม่พบหลักฐานในการบอกยุคสมัย เราต้องตรวจดูจากโบราณคดีเพื่อบอกสมัยอีกที ซึ่งบริเวณโคกวัดกาไสย์พบเพียงเจดีย์ไม่มีองค์ประกอบอื่นๆ อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นยอดเจดีย์เก่าที่หักพังหรือว่ามีชาวบ้านนำมาจากที่อื่นวางไว้แล้วโดนดินทับเป็นเวลานาน ทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยากและพบเพียงเป็นช่วงปลียอดเจดีย์เท่านั้นซึ่งมีลักษณะคล้ายเจดีย์ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป