สาวนิรนามดิ่งอาคารจอดรถ MRT ลาดพร้าว ร่วงจากชั้น 9 ดับคาที่

เกิดเหตุสาวนิรนาม อายุประมาณ 40-50 ปี พลัดตกอาคารจอดรถ MRT ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบว่า ผู้ตายเป็นใคร เพื่อติดต่อญาติมาสอบหาสาเหตุต่อไป

เมื่อเวลา 22.00 น. (18 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อนุชา เปลี่ยนสมัย รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้ง มีผู้พลัดตกอาคารจอดรถ 9 ชั้น ของรถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณประตู 4 ของสถานี มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 40-50 ปี สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ตรวจไม่พบเอกสารภายในร่างกาย และจากการตรวจสอบชั้นที่ 8 พบรองเท้า 1 คู่ คาดว่าเป็นของผู้ตายถอดทิ้งไว้

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร ก่อนจะประสานญาติให้รับทราบ พร้อมสอบปากคำถึงสาเหตุการกระโดดครั้งนี้ต่อไป

รักต้องห้าม! หนุ่มใหญ่ยิงกิ๊กสาวดับก่อนซดยาพิษ เหตุต่างคนต่างมีเจ้าของ

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ (17 พ.ค.61) ร.ต.ต.ยศพล พันธุ ร้อยเวร สภ.เขาย้อย รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุจากการถูกยิงจำนวน 2 ราย 

ที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่บ้านเนินรัก หมู่ 6 ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เขาย้อย และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาย้อย ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพชรบุรี แพทย์เวร รพ.เขาย้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะอยู่ริมคันนา พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 รายและหญิง 1 ราย นอนอยู่ใกล้กัน สภาพศพผู้ชายนอนตะแคงขวาใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว สภาพนอนตะแคง ที่มือซ้ายมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่ 1 กระบอก และพบกระสุนคาในรังเพลิง 1 นัด ขนาดเบอร์ 20 สภาพง้างไกพร้อมยิง ปลายเท้ามีขวดน้ำพลาสติกใส่ภายในมียาฆ่าแมลงไม่ทราบชนิดอยู่ภายในขวดวางอยู่ 1 ขวด ทราบชื่อต่อมาคือนายสี อายุ 49 ปี

ส่วนสภาพศพผู้หญิงสภาพนอนหงาย บนลำตัวมีใบไม้ขนาดใหญ่ปิดอยู่ สวมเสื้อคลุมแจ็คเก็ตสีน้ำตาล ทับเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 1 นัด ยิงจากด้านหลังทะลุใต้ราวนมซ้าย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ณัฎฐิกา อายุ 36 ปี ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทา หมายเลขทะเบียน กมย 370 เพชรบุรี ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตผู้ชายจอดอยู่ในป่า

จากการสอบถามบุตรสาวของนายสี ทราบว่ามาพบศพของพ่อนอนเสียชีวิตเมื่อช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ บ่ายสองโมงพ่อได้โทรมาหาและบอกว่าหากเห็นว่าเย็นแล้วพ่อยังไม่กลับบ้านให้มาดูที่ทุ่งนา ที่พ่อจะมาไล่นกเป็นประจำ จนกระทั่งเย็นไม่เห็นพ่อกลับบ้านจึงได้ออกมาตามหาตามที่พ่อบอก และมาพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าริมทุ่งนาดังกล่าว หลังจากนั้นจึงรีบกลับไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

สำหรับสาเหตุคือทั้ง 2 กำลังคบหากันโดยฝ่ายชายมีภรรยาและลูก ส่วนฝ่ายหญิงก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่ทั้ง 2 แอบคบหากันโดยคาดว่าก่อนเกิดเหตุ น่าจะนัดมานั่งคุยตกลงเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายชายจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงฝ่ายหญิง หลังยิงเสร็จฝ่ายชายก็เดินไปหาใบไม้มาปิด แล้วฝ่ายชายก็ดื่มยาฆ่าแมลงเพื่อให้ตายตามหรือหนีความผิด ส่วนปืนที่บรรจุกระสุนเตรียมพร้อมยิงคาดว่า น่าจะเตรียมไว้ยิงตัวเองหากกินยาแล้วไม่ตาย

“นายช่างโยธา” ยิงตัวตายคาห้องน้ำแคมป์ก่อสร้าง ตำรวจคาดเอี่ยวฆาตกรรม

นายช่างกรมโยธา คว้าปืนยิงขมับ ฆ่าตัวตายคาห้องน้ำ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้าง หน้าหอภาพยนตร์ จ.นครปฐม จนท.คาดอาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง

(16 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.15 น. พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมสิริพัชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ได้รับแจ้งเหตุ มีคนฆ่าตัวตายภายในแคมป์คนงานก่อสร้างหอภาพยนตร์ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ม.3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 แพทย์จากโรงพยาบาลพุทธมณฑล มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

ที่เกิดเหตุ ภายในห้องน้ำชาย ในบริเวณไซต์ก่อสร้าง พบศพ นายทองดำ อายุ 52 ปี ตำแหน่งนายช่างเครื่องกลชำนาญงาน สำนักงานสนาม บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัดมหาชน ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก วางอยู่ที่ตักผู้ตายในท่านั่งหลังพิงประตูห้องน้ำ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ โดยประตูถูกล็อกจากด้านใน จากการชันสูตรพลิกศพ พบรูกระสุนยิงเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัด และยังมีกระสุนคารังเพลิงอีก 1 นัด ในแมกกาซีนอีก 5 นัด

พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมสิริพัชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุทธมณฑล บอกว่า จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานให้การว่า เมื่อวานนี้มีการประชุม ผู้ตายก็เข้าประชุมตามปกติ โดยวันนี้ตอน 09.00 น. ก็ได้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้ง แต่ผู้ตายไม่ได้เข้ามาประชุมด้วย โดยหายตัวไปตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อมาถึงตอนเย็น 17.00 น. ก็ได้โทรตาม แต่ไม่รับสาย จึงช่วยกันออกตามหาแต่หาไม่เจอ โดยพบว่ารถที่ผู้ตายขับประจำจอดอยู่ จึงไม่รู้ว่าไปไหน จนถึงมืดก็ได้ออกตามหาอีกรอบ ก็มาพบว่าเสียชีวิตในห้องน้ำแล้ว จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคล้ายจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง เพราะไม่รู้ว่าผู้ตายเครียดอะไร จากการสอบถามทางครอบครัวบอกว่าผู้ตายไม่ได้ป่วย และไม่มีโรคประจําตัว จึงได้นำตัวผู้ที่พบศพคนแรกไปสอบสวนต่อที่ สภ.พุทธมณฑล ส่วนศพได้มอบให้มูลนิธินำส่งผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ศิริราช และจะมอบให้ทางญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

แห่ขอเลขเด็ดพญานาค “โคกวัดกาไสย์” ร่ำลืออาถรรพ์ดินแดนลี้ลับ

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดโคกวัดกาไสย์ธรรมิการาม หมู่ 4 ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ดินแดนลี้ลับ ชาวบ้านเชื่อเป็นเมืองลับแล มีวังพญานาคอยู่ใต้ล่างเฝ้าทรัพย์สมบัติ มีความอาถรรพ์ ความเฮี้ยน ความศักดิ์สิทธิ์ https://gclubcrown.com

โดย นางสมหมาย อายุ 63 ปี พร้อมเพื่อนบ้านชาวบ้านในตำบลทางพระกว่า 200 คน ได้เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์เพื่อขอเลขเด็ด แล้วมีการเข้าองค์ทรงเจ้า มีการร่ายรำคล้ายกับพญานาค เป็นการร่ายรำเป็นเหมือนกับการบอกใบ้ให้เลขเด็ด ให้ชาวบ้านนำไปเสี่ยงโชค

โคกวัดกาไสย์ พื้นที่บริเวณหน้าวัดกาไสย์ที่เป็นพื้นหน้าวัด ประมาณ 4 ไร่ที่ถมสูงขึ้นกว่าพื้นที่นามาแล้วหลายร้อยปีแล้ว มีต้นไม้ป่าไผ่ขึ้นปกคลุมโดยรอบพื้นที่แล้วมีสระน้ำโดยรอบ ด้านในมีการตั้งศาลไม้ทรงไทยติดกับพื้นดินมีการวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน 3 องค์ และมีเครื่องเซ่นไหว้พร้อมพวงมาลัยจำนวนมากวางโดยรอบศาล ในการยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ต่างมาขอพรรวมทั้งบนบานศาลกล่าว

โดยชาวบ้านต่างมีความเชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเข้าไปหาหน่อไม้แล้วออกมาไม่ได้ บ้างก็เล่าเรื่องว่าในช่วงกลางคืนมีเสียงปี่เสียงกลองดังมาจากโคกวัดกาไสย์ มีหลายคนที่เข้าไปหากบแล้วต้องพลัดหลงเข้าไปในโคกวัดโดยไม่รู้ตัว และเชื่อว่าบริเวณใต้พื้นดินบริเวณโคกวัดกาไสย์นั้นมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่จำนวนมาก โดยมีพญานาคที่อยู่ใต้ดินเฝ้าดูแล และที่ผ่านมาพบว่ามีชาวบ้านหลายคนที่ได้เข้าไปขุดค้นหาสมบัติต้องมีอันเป็นไปหลายราย

โดยก่อนหน้านี้ (9 พ.ค.) นางสาวกนกวลี สุริยะธรรม ตำแหน่ง ภัณฑารักษ์ ชำนาญการ หน่วยงาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาความเชื่อมโยง ชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ หลังพบหลักฐาน ภาพถ่ายทางอากาศ คล้ายเป็นที่ตั้งของชุมชนทวาในอดีต และยังมีการค้นพบวัตถุโบราณตามชั้นดินในตอนทำประปาหมู่บ้าน เชื่อเป็นชุมชนขนาดใหญ่อายุนับพันปี

นางสาวกนกวลี กล่าวว่า บริเวณร่องรอยที่พบเจดีย์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์นั้น บริเวณที่พบเห็นถูกรบกวนไปมากแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่ายอดเจดีย์ที่โผล่พ้นดินมานั้นเป็นของเก่าหรือว่าของใหม่ที่โดนดินทับถม ซึ่งการลงพื้นที่โคกวัดกาไสย์นั้น เป็นการลงมาตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ในการเชื่อมโยงหลักฐานเพิ่มเติมชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ เป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณา ในการวางแผนตรวจสอบโบราณคดีในช่วงต่อไป

แต่สภาพในปัจจุบันเจดีย์ที่พบของโคกวัดกาไสย์นั้นยังบอกไม่ได้ ว่ามีอายุสมัยเก่าไปถึงแค่ไหนเนื่องจากร่องรอยหลักฐานยังไม่สามารถบอกได้ หากไม่พบหลักฐานในการบอกยุคสมัย เราต้องตรวจดูจากโบราณคดีเพื่อบอกสมัยอีกที ซึ่งบริเวณโคกวัดกาไสย์พบเพียงเจดีย์ไม่มีองค์ประกอบอื่นๆ อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นยอดเจดีย์เก่าที่หักพังหรือว่ามีชาวบ้านนำมาจากที่อื่นวางไว้แล้วโดนดินทับเป็นเวลานาน ทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยากและพบเพียงเป็นช่วงปลียอดเจดีย์เท่านั้นซึ่งมีลักษณะคล้ายเจดีย์ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป

เสียงร้องระงมรพ. หนุ่มพาน้องๆ เที่ยวพัทยา เก๋งเสียหลัก ดับ 4 สาหัส 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 พ.ค.) เมื่อเวลา 21.30 น. สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนป้ายรถเมล์ ก่อนเหินพุ่งขึ้นชนซ้ำกำแพง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดที่อพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ข้างศูนย์โตโยต้า บางละมุง ม. 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุพบประชาชนกว่า 50 คนมุงดูเหตุการณ์ รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ซูซูกิ สวิฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขษ 6071 ชลบุรี เสียหลังชนเข้ากับที่รอรถป้ายรถเมล์ แล้วเหินเข้าไปชนกับกำแพง ได้รับความเสียหายยับเยินทั้งคัน มีผู้บาดเจ็บติดภายในตัวรถทั้งหมด 4 ราย และกระเด็นออกมานอกตัวรถอีก 2 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดนำร่างผู้บาดเจ็บทั้งหมดออกมาจากตัวรถ ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯพยายามช่วยยื้ออย่างเต็มที่ แต่ผู้บาดเจ็บ 4 รายทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกสองรายอาการสาหัสเช่นกันเจ้าหน้าที่จึงเร่งเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นคนขับคือ นายอำพล อายุ 28 ปี พนักงานโรงงาน นายพายุ อายุ 15 ปี นายธันวา อายุ 19 ปี ส่วนรายที่ 4 ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีกสองรายทราบชื่อคือนายวีรยุทธ อายุ 23 ปี รายที่ 2 ยังไม่ทราบชื่อ

เบื้องต้น ร.ต.อ.ประกาศิต พละเดช พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบกล้องหน้ารถของผู้ตายและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุสลดอีกครั้ง

ร่างผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาล รอญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนา ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองรายนั้นส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลชลบุรี ยังอยู่ในอาการโคม่าทีมแพทย์ยังให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ บรรยากาศที่โรงพยาบาลบางละมุงมีกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตมาดูศพ คือนายอำพล และนายพายุ ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนายวีรยุทธ ได้รับบาดเจ็บอาการโคม่า ซึ่งทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ฟูมฟายสนั่นลั่นโรงพยาบาล ทำให้บรรยากาศทั้งโรงพยาบาลมีแต่เสียร้องไห้ของกลุ่มญาติผู้ตาย

ซึ่งทางญาติยังได้เปิดเผยอีกว่าก่อนเหตุนายอำพล ได้มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา ก่อนจะนำรถไปรับน้องและเพื่อนๆ เพื่อจะไปเที่ยวพัทยา แต่ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง

ไฟไหม้บ้านย่านสาธุประดิษฐ์ คลอกสังเวยชีวิตพ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านแฝด ย่านสาธุประดิษฐ์ คลอดสด 3 พ่อแม่ลูกเสียชีวิตคากองเพลิง ตำรวจเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

ร.ต.อ.ธนกร ตั้งสกุล รอง สารวัตรสอบสวน สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ และมีผู้เสียชีวิต หมู่บ้านแห่งหนึ่งภายใน ซอยสาธุประดิษฐ์ 15 แยก 8 แขวงช่องนนทรีย์ เขต ยานนาวา กรุงเทพ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น มีแสงเพลิงจำนวนมากและกำลังลุกลาม สายไฟที่อยู่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามเนื่องจากมีบ้านปลูกติดกันหลายหลัง โดยใช้เวลา 30 นาที เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 2 ราย ในสภาพถูกไฟคลอกไหม้ทั้งร่าง อยู่ในห้องนอนชั้นสอง 1 ราย ในห้องน้ำชั้นล่าง 2 ราย

สอบสวนเพื่อนบ้านในเบื้องต้นให้การว่า ปกติบ้านหลังดังกล่าวอยู่เป็นครอบครัว พ่อ แม่ และลูกสาว 2 คน โดยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายครั้ง จึงได้ออกมาดู ก่อนจะพบว่ามีเพลิงไหม้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ กระทั่งพบผู้เสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าเป็นสามีภรรยาและลูกสาวคนเล็ก เพราะลูกสาวอีกคนไปเรียนที่ จ.นครราชสีมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐาน และหาต้นเพลิง ก่อนสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป

สาวแจ้งเห็นทารกถูกทิ้งขยะ แต่วันต่อมาสารภาพที่แท้เป็นลูกตัวเอง

คุณแม่ยังสาวสร้างเป็นพลเมืองดี พบเห็นเด็กทารกนำมาทิ้งกองขยะ แต่สุดท้ายก็เป็นทุกข์ใจหนัก ขึ้นโรงพักไปสารภาพว่ากุเรื่อง นั่นคือลูกตัวเองที่เกิดจากความไม่พร้อม

จากกรณีเมื่อช่วงเที่ยงวันของวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.คูบางหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเด็กทารกถูกทิ้งบริเวณกองขยะ ด้านหลังบริษัท ไทยมิตซูวา จำกัด จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย รถกู้ชีพ รพ.ปทุมธานี

ในที่เกิดเหตุพบเป็นกองขยะที่มีเศษขยะทิ้งเกลื่อนริมทางโดยที่เด็กทารกนั้น มีพลเมืองดีอุ้มนำไปแอบหลบในร่มที่บ้านใกล้เคียง พบเป็นเด็กทารกแรกเกิด เพศหญิง ยังคงมีสายสะดือติดคาอยู่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อดูแลเด็กและรอหน่วยงานส่วนเกี่ยวข้องรับไปดูแลต่อ

จากการสอบถามพยานผู้ที่พบเห็นเด็กเป็นคนแรก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกับลูกสาวกำลังขี่รถไปหาหมอ โดยที่ลูกสาวได้เห็นอะไรบางอย่างวางอยู่บนกองผ้าในปนอยู่ในกองขยะ ลักษณะขยับเขยื้อนได้ จึงจอดรถลงไปดูก็พบว่าเป็นทารกแรกเกิด ถูกแม่ใจร้ายนำมาทิ้งไว้ จึงรีบนำเข้าไปไว้ในที่ร่มก่อนจะรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ปรากฏว่าล่าสุดเมื่อคืนวานนี้ (10 พ.ค.) น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี พร้อมกับแฟนหนุ่ม ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองปทุมธานี เข้าพบ พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.วิศิษฏ์ มะอักษร รองผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.ศุกรีย์ เลิศวงหัต สว.สส.สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อยอมรับว่าเด็กทารกที่พบเจอนั้น ที่แท้เป็นลูกของตัวเองที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อม

น.ส.เอ ซึ่งเป็นคนเดียวกันที่เป็นพยานพบเห็นเด็กทารก เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เคยแต่งงานกับสามีคนเก่าและมีลูกติดด้วยกัน 1 คน กระทั่งเลิกรากันและมาคบกับแฟนหนุ่มคนใหม่ เมื่อคบกันได้ประมาณ 10 เดือน เกิดพลาดตั้งท้องขึ้นมา แต่ด้วยความที่ครรภ์ไม่ใหญ่มาก ทำให้เพื่อนบ้านที่เช่าห้องอยู่ข้างกัน ไม่ได้สงสัยใดๆ

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ตนเกิดคลอดลูกออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว จึงได้กุเรื่องขึ้นว่าพบเด็กทารกถูกทิ้งที่กองขยะ จึงทำทีแสดงเป็นว่าเก็บเด็กได้ แต่ความจริงแล้วตนเองไม่ได้เจอจากกองขยะ แต่เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาเพราะต้องทำงานหาเงินคนเดียว ค่าใช้จ่ายซึ่งไม่เพียงพอ

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ก่อเหตุไป ก็รู้สึกไม่สบายและเป็นทุกข์ใจ ไม่อยากทอดทิ้งลูก จึงตัดสินใจมาขอรับลูกกลับไปเลี้ยงดูแลเองและจะตั้งใจสร้างครอบครัวให้ดีที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ แต่ว่ากล่าวตักเตือนและให้กำลังใจหญิงสาวผู้นี้

เสียงสะอื้นจากยายแอ๋ม วิงวอนวันนี้ศาลสั่งประหาร “เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ”

ยายของน้องแอ๋ม เหยื่อฆ่าหั่นศพ ตื่นเช้าจุดธูปบอกดวงวิญญาณหลานสาวให้มาร่วมฟังคำพิพากษาคดี “เปรี้ยว” ลุ้นได้รับโทษสูงสุดประหารชีวิต

(10 พ.ค.) ในช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเหล่านางาม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะได้พบกับ นางสำราญ อายุ 69 ปี คุณยายของน้องแอ๋ม วริศรา เหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุฆ่าหั่นศพ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่กลายเป็นคดีโด่งดังสะเทือนสังคม 

คุณยายได้นำรูปหลานสาวพร้อมทั้งจุดธูป 1 ดอก เพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณหลานสาว ให้รับรู้ว่าวันนี้ศาล จังหวัดขอนแก่น ได้นัดฟังคำพิพากษาตัดสินคดี จึงอยากให้หลานสาวมาร่วมรับฟังคำตัดสินด้วย และมีความหวังว่าศาลจะตัดสินให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับโทษสูงสุด

คุณยายน้องแอ๋ม กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวตั้งตารอคอยมาเกือบ 1 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนและครอบครัวน้องแอ๋มจะไปที่ศาลขอนแก่น เพื่อฟังคำพิพากษา จึงขอให้ศาลตัดสินบทลงโทษให้หนักที่สุด เพราะถือเป็นคดีรุนแรงและสะเทือนขวัญกับญาติทุกคนมาก

ทั้งนี้ก็หวังว่าศาลจะตัดสินประหารชีวิต แต่ไม่ว่าศาลตัดสินแบบไหนตนและญาติก็ยอมรับ แต่ตอนนี้ขอดีใจล่วงหน้าว่าญาติได้ทวงความยุติธรรมให้ของน้องแอ๋มจะได้สำเร็จ หวังว่า น.ส.เปรี้ยวกับพวกจะได้รับโทษในอัตราโทษสูงสุดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงสายวันนี้ โดยศาลจังหวัดขอนแก่นจะเบิกตัวผู้ต้องหาทั้งหมด รวมทั้ง นางสาวเปรี้ยว มารับฟังคำพิพากษาพร้อมกับพยานและทุกๆ ฝ่าย

วิจารณ์ 2 ด้าน! ยายถูกรถทับขาเจ็บสาหัส ทำไมไม่รีบช่วยชีวิต

คุณยายถูกรถทับเจ็บสาหัส นอนร้องรอการช่วยเหลือ โลกออนไลน์วิจารณ์ว่าทำไมไม่ช่วยรีบพาไปส่ง รพ. แต่มีบางคนออกมาแนะนำว่า ไม่ควรเคลื่อนย้ายเอง เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “น้องไข่เจียว ค๊าป” โพสต์คลิปที่ระบุว่าเกิดขึ้น อ.หนองกะพ้อ จ. ระยอง คุณยายขี่จักรยานยนต์ถูกรถบรรทุกทับท่อนล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนร้องรอความช่วยเหลือ โดยไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ และปล่อยให้ยายติดอยู่กับล้อ และเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก https://gclubcrown.com

ซึ่งหลังจากคลิปเผยแพร่ออกไปมีเสียงวิจารณ์ว่า ทำไมไม่มีใครรีบช่วยคุณยาย ทำไมไม่พาส่งโรงพยาบาล แต่ก็มีบางส่วนออกมาให้คำแนะนำว่า ไม่สามารถช่วยได้ ต้องรอให้คนที่ชำนาญหรือแพทย์มาช่วย เพราะจะทำให้อาการหนักขึ้น หรือบอกว่า เกียร์รถบรรทุกจะไม่เหมือนเกียร์รถยนต์ทั่วๆ ไป หากไปขยับอาจทับร่างซ้ำได้

แบบนี้ก็ได้หรือ? พนักงานสุดชิลล์ ตะโกนหยาบคาย-ตั้งวงกินข้าวกลางร้านสะดวกซื้อ

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Plaizlupang แชร์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานแต่ไม่ได้แต่งชุดเครื่องแบบของทางร้าน ใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ได้ขึ้นไปยืนบนลังใส่อาหาร และยังชวนพนักงานคนอื่นมาตั้งวงกินข้าวกันกลางร้าน

เหตุเกิดที่สาขาแถวแยกเกษตร ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า…

“ขอโทษนะคะ คือพนักงาน…นี่เค้าไม่มีอบรมพนักงานหน่อยหรอคะ ยืนบนที่ใส่อาหาร แล้วมาตั้งโต๊ะกินข้าวแบบนี้ได้เลยหรอ คนชุดแดงนี่คือพนักงานนะคะ ทราบว่าเป็น พนง.เพราะว่ามาใช้สาขานี้ประจำ จำหน้าได้ แล้วสาขานี้หลายรอบแล้ว ตะโกนคุยกันหยาบคายข้ามหัวลูกค้า”

ในเวลาต่อมาทางผู้โพสต์ได้แจ้งเพิ่มเติมว่า ได้ส่งข้อความไปยังบริษัทต้นสังกัด ตนเองไม่ได้ติดใจอะไรแต่อยากให้ปรับปรุงการให้บริการ ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่าขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้จะทำการตรวจสอบ และปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการต่อไป