หญิงชราสุรินทร์ไร้บ้าน-ไร้ญาติ ลูกหลานทอดทิ้ง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQwLzIyMDM3NjYvbmV3czA2LmpwZw==

พบหญิงชราเมืองช้าง อายุ 71 ปี ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องเก็บของ ศาลาประชาคม กว่า 12 ปี ไร้บ้าน ไร้ญาติ ลูกหลานทิ้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสว่าง คานทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านค้อ ต.น้ำเขียว อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ว่ามีหญิงชรา ทราบชื่อ นางอมร พึ่งพา อายุ 71 ปี มาอาศัยอยู่ในศาลาประชาคมในหมู่บ้านมานานกว่า 12 ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีบ้านอยู่ ถูกลูกหลานทิ้งให้อยู่ลำพัง ต้องอาศัยเงินเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท และเงินจากการเหลาก้านมะพร้าวขายมีรายได้เพียงเดือนละ 100 บาท ทั้งยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน ให้ข้าวให้น้ำกินไปวันๆ

นางอมร เปิดเผยว่า 12 ปีก่อน ตนได้อาศัยอยู่ที่บ้านของลูกสาวในหมู่บ้านนี้ แต่พอลูกสาวมีครอบครัวก็ได้ขายที่และบ้านไปอยู่กับสามี ทิ้งให้ตนอยู่ตามลำพังโดยไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้นตนก็ได้ย้ายออกมาอาศัยอยู่ที่ศาลาประชาคมในหมู่บ้าน ชีวิตความเป็นอยู่ของตนก็ได้อาศัยเงินช่วยเหลือจากเบี้ยยังชีพ และรายได้จากการเก็บก้านมะพร้าวมาเหลาขาย ส่วนเรื่องอาหารการกิน ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน ที่บ้างก็นำเอาข้าวสารและอาหารมาให้ พอได้กินไปวันๆ

นางเตือนใจ กำลังกล้า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 กล่าวว่า ตนอยากวอนขอความช่วยเหลือ โดยเปิดบัญชีให้นางอมร พึ่งพา ในชื่อบัญชี นางอมร พึ่งพา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขารัตนบุรี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 020113685837 โดยให้นางอมรเป็นผู้ถือบัญชี หากจะมีการเปิดจ่าย ก็จะมีคณะกรรมการมาร่วมพิจารณาและไปดำเนินการเบิกเงินมาให้ พร้อมจัดหาสิ่งของเครื่องใช้มาให้ตามความประสงค์ของนางอมร

ส่วน นายสมชาย อัมพันกาญจน์ นายอำเภอรัตนบุรี กล่าวว่า กำลังประสานขอความช่วยเหลือจากทางกาชาดเพื่อนำสิ่งของไปบริจาค และกำลังดูในเรื่องเงินช่วยเหลือต่างๆอยู่

ตาวัย 80 ปี ลื่นล้มจนพิการ ถูกญาติหลอกพามาไว้ที่วัด อาศัยห้องเก็บของข้างเมรุ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzYyLzM4MTM1MzAvYXNhdmRmLmpwZw==
ตาวัย 80 ปี ลื่นล้มจนพิการ ถูกญาติหลอกพามาไว้ที่วัด อาศัยห้องเก็บของข้างเมรุ
คุณตาวัย 80 ปี เผยเรื่องราวชีวิตสุดขมขื่น ถูกลูกชายทาสยาบ้า พยายามจุดไฟเผาให้ตายทั้งเป็น ก่อนลูกเลี้ยงช่วยออกมาได้ ต่อมาเกิดลื่นล้มจนพิการ ญาติๆ ก็ไม่เหลียวเเล ก่อนหลอกพามาไว้ที่วัด

(9 ต.ค.) ที่วัดทุ่งต่อ หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวได้พบกับ คุณตายอด อายุ 80 ปี โดยคุณตาเล่าว่า ชีวิตของตนนั้นลำบากมาก มีลูกชาย 1 คนอายุประมาณ 30 ปี แต่ติดยาเสพติดและจุดไฟเผาตนหลังจากที่ไม่ให้เงินไปซื้อยาบ้า เเต่ลูกเลี้ยงพาหนีรอดออกมาได้ ตนจึงมาบวชเป็นพระสงฆ์อยู่ที่วัดทุ่งต่อ เมื่อปี 59 แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เกิดลื่นล้มจนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงจำต้องสึกกลับไปอยู่บ้าน

เเต่ภรรยาคู่ชีวิตทนรับสภาพไม่ได้ ขอแยกทางกับตน ส่วนบรรดาญาติๆ ก็พากันรังเกียจที่ตนกลายเป็นคนพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงหลอกให้ขึ้นรถสามล้อพ่วงแล้วพามาขออาศัยอยู่ที่วัดทุ่งต่อ ซึ่งเจ้าอาวาสให้อยู่ในห้องเก็บของข้างเมรุ และนำอาหารมาให้วันละ 2 มื้อ เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว ทำให้ตนเหงามาก

โดยคุณตาบอกว่า อยากย้ายไปอยู่บ้านพักคนชรา เพราะมีคนคอยดูแล ทำกายภาพบำบัดให้ จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือด้วย เพราะทุกวันนี้เวลาขับถ่ายนั้นลำบากมาก