แชร์ภาพตลาดน้ำอัมพวา น้ำทะเลหนุน เอ่อท่วมล้นแล้ว

%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%b2

   โลกออนไลน์แชร์ภาพ ตลาดน้ำอัมพวา เผชิญน้ำท่วม ตรวจสอบพบว่าเรื่องจริง เนื่องจากระดับน้ำทะเลหนุนสูง ชาวบ้านตั้งตัวรับมือได้ดี

จากกรณีที่มีผู้โพสต์แชร์ภาพระดับน้ำในคลองอัมพวาได้เอ่อล้นท่วมตลาดน้ำอัมพวา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก สร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่า ในวันนี้ระดับน้ำเอ่อล้นขึ้นมาจากคลองอัมพวาตามที่เผยแพร่ออกไปจริง

โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำบริเวณสะพานขุนนิกร ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมคลองอัมพวา ได้รับความเดือดร้อนต้องเดินลุยน้ำสูงกว่า 5-10 เซนติเมตร ขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งหากเกิดน้ำท่วมสูงขึ้นมา จนทำให้เอ่อล้นเข้าร้านค้า โดยชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่งได้เตรียมไม้กระดานไว้กั้นหน้าร้านแล้ว

นายมนัส สุดพวง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาเหนือเขื่อนแม่กลอง จำนวนมากทำให้ต้องระบายลงมาเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 600 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือว่าเป็นปกติในช่วงฤดูฝน แต่ปัจจุบันเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ถึง 3.6 เมตร จากน้ำทะเลปานกลางสูง ช่วงเวลา 07.00 – 09.00 น. มากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ เฉลี่ยประมาณ 2.8 เมต

ทั้งนี้ จึงทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวพื้นที่ลุ่มต่ำโดยเฉพาะริมแม่น้ำลำคลองต่างๆ เช่น ตลาดแม่กลอง ตลาดน้ำอัมพวา จะได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงทำให้เกิดน้ำท่วมขังจนดูเหมือนน้ำท่วม แต่ก็จะเป็นแค่ช่วงเดียวเมื่อน้ำลงก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงขอให้นักท่องเที่ยวอย่าตื่นตกใจ เพราะเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

หวิดดราม่า หญิงจูงสุนัขเข้าร้านสะดวกซื้อ ปล่อยเลียสินค้า

     (10 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ของคุณMDsurfer ซึ่งมีชื่อกระทู้ว่า “ต่อไปคงจะไม่หยิบของจากชั้นล่างๆ ใน…อีกแล้ว…” โดยผู้โพสต์ระบุว่าเพื่อนเป็นคนพิมพ์มาและขอให้ช่วยลงให้เนื่องจากไม่มีล็อกอิน โดยเป็นเหตุการณ์ที่หญิงคนหนึ่งนำสุนัขเข้าร้านสะดวกซื้อ และปล่อยให้เลียสินค้าชั้นที่อยู่ด้านล่าง ทั้งที่หญิงคนดังกล่าวมากับชายหนุ่มอีกหนึ่งคนซึ่งยืนรออยู่หน้าร้าน และสามารถฝากสุนัขไว้ที่ชายคนดังกล่าวได้ โดยมีข้อความดังนี้

หญิงจูงสุนัขเข้าร้านสะดวกซื้อ

     “เมื่อคืนตอนประมาณ 5 ทุ่ม ลงไปซื้อของที่…หน้าคอนโดในซอยแถวๆ สาทรใต้ครับ แล้วก็ได้เจอกับเหตุการณ์นี้…

     คุณป้าวัยกลางคนคนนึงเขาจูงหมาตัวใหญ่ตัวนึงเข้ามาใน… แล้วก็ไปที่ตู้แช่สินค้าประเภทนม แล้วเจ้าหมายักษ์ของป้าก็เอาจมูกไปดมๆ เอาลิ้นเลียๆ สินค้าที่อยู่โซนล่างๆ ไปทั่วแบบมีความสุขมาก แถมตอนนั้นก็เป็นจังหวะที่สาขานั้นวางลังสินค้าเตรียมเอาขึ้นตู้แช่อยู่พอดี หางอันฟูฟ่องของเจ้าหมายักษ์ตัวนี้ก็สะบัดไปมาอยู่บนของพวกนั้นเหมือนที่ปัดน้ำฝนเปิดโหมดเร็วที่สุด ซึ่งของที่โดนแบบเต็มๆ ก็เป็นพวกไข่ โยเกิร์ตและนม (ที่ไม่มีฝาแข็งๆ ปิดด้านบน เป็นแบบเจาะหลอดแล้วดูดเลย) และไส้กรอก ฯลฯ

     ก็เห็นพนักงานที่ดูแลอยู่แถวนั้นก็มองป้าคนนี้ แต่ป้าก็ไม่ได้สนใจอะไร ผมก็เลยเข้าไปถามพนักงานคนนั้น โดยที่ป้ายืนอยู่ข้างๆ ว่า:

     “…สาขานี้เอาหมาเข้ามาเดินได้ด้วยเหรอครับ? ผมว่ามันไม่โอเคนะครับ ทำไมพนักงานถึงไม่แจ้งลูกค้าให้ทราบถึงเรื่องนี้ครับ?”

     ซึ่งคุณป้าคนนั้นได้ยินผมแน่นอน แต่ป้าก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ คือเพิกเฉยต่อคอมเม้นท์ และไม่ใส่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นมันเหมาะสมหรือไม่

     แต่นโยบายของ… จะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมเป็นคนนึงที่รู้สึกไม่สบายใจที่เข้ามาซื้อของกินในนี้แล้วมีหมามายืนช็อปปิ้งกับผมด้วย ทาง… ควรจะมีระเบียบที่ชัดเจนสำหรับเรื่องนี้ และให้อำนาจกับพนักงานสามารถห้ามลูกค้าที่ยืนยันจะเอาหมาเข้าร้าน และปฏิเสธการให้บริการได้ (เหมือนกับที่รปภธนาคารจะไม่อนุญาตให้ใครใส่หมวกกันน็อกเข้าไปโดยเด็ดขาด) ผมมีสำนึกพอว่าการที่เอาหมามาใกล้กับอาหารคนมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกสุขอนามัย เจ้าของบางคนชอบเลียปากหมาตัวเอง นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่ผมไม่โอเคถ้าผมจะมีโอกาสไปกินนมที่มีหมามายืนดม เลีย หรือเอาหางมาสะบัดใส่ไปมาครับ

      แล้วที่เด็ดคือคุณป้าไม่ได้มาคนเดียว มีคุณลุงคนนึงยืนรออยู่หน้าร้าน ทำไมคุณป้าไม่ฝากน้องหมาเอาไปกับคุณลุง แล้วทำไมคุณลุงถึงให้หมาเข้ามาช็อปปิ้งครับ

      เอาเป็นว่าต่อไปนี้ ถ้าไม่จำเป็น ผมก็คงจะไม่กล้าหยิบของใน… จากชั้นล่างๆ ที่หมาเลียถึงแล้วแน่นอน ไม่อยากต้องไปเสี่ยงเลียปากกับหมาของคนอื่นจริงๆ เพราะมันก็เป็นเรื่องของสุขอนามัยที่เราต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เชื้อโรคในปากหมาคือมหาศาลนะครับเผื่อใครที่ไม่รู้

      และที่สำคัญ เรื่องนี้มันก็เป็นแค่เรื่องจิตสำนึกของพลเมืองที่ดีที่จะต้องคิดถึงผู้อื่นที่อยู่ในสังคมให้เยอะๆ กันด้วยครับ ถ้าคนไทยยังเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ความสุขหรือความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้ง สังคมจะอยู่กันอย่างมีวินัยและมีความปกติสุขกันได้อย่างไรครับ

     ปล. อย่าไปว่าพนักงานใน… นี้นะครับ เพราะเขาบอกว่าเคยห้ามคุณป้าคนนี้หลายครั้งแล้ว แต่คุณป้าเขาก็ไม่เคยสนใจครับ บางทีก็เห็นใจพนักงานครับ แต่เอาจริงๆ เห็นใจตัวเองมากกว่าครับ 555″

     ล่าสุด ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ของร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงแล้ว โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ลูกค้าได้เข้ามาขอโทษทางร้านแล้ว พร้อมทั้งแจ้งว่าจะไม่นำสุนัขเข้ามาในร้านอีก สำหรับในส่วนของสินค้าที่เตรียมเอาขึ้นตู้แช่ที่อยู่ใกล้บริเวณที่สุนัขเดินผ่านนั้น ทางร้านได้นำสินค้าเหล่านั้นออกจากชั้นวางและนำไปทำลายแล้ว พร้อมทั้งทำความสะอาดชั้นวางสินค้า รวมถึงพื้นที่ที่สุนัขเข้ามาภายในร้านเรียบร้อยแล้ว